SightSeeing in ThaiLand : Home : ภาคใต้ : สุราษฎร์ธานี : เขื่อนรัชชประภา


จุดที่น่าสนใจ
การเดินทาง & ที่พัก

จุดที่น่าสนใจ
- เกาะสมุย
- เขื่อนรัชชประภา
โรงแรม&รีสอร์ท สุราษฎร์

Join PhuDoiLay our facebook fan page
Follow PhuDoiLay on Twitter
Share |

ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคใต้
- กระบี่
- พังงา
- ตรัง
- สุราษฎร์ธานี
- สตูล

จองที่พักท้่วไทย
จองตั๋วรถทัวร์ทั่วไทย
แนะนำที่พัก
ติดต่อสอบถาม




มาเธอร์ เฮ้าส์, หาดทับแขก กระบี่
จองโรแรมใกล้วันเดินทาง







เขื่อนรัชชประภา : อุทยานแห่งชาติเขาสก

เขื่อนรัชชประภา : อุทยานแห่งชาติเขาสก

ภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนมีแนวหน้าผามากมายปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียวขจี ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ายามเช้าที่มีสายหมอกห่มคลุมยอดเขา คือภาพประทับใจที่ปรากฏขึ้นที่นี่ เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลานอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาสก เขตแนวป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์ของเขาสกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและนกหายากนานาชนิด แหล่งท่องเที่ยวของเขาสก แบ่งเป็น 2 พื้นที่คือ การเดินป่า ใครที่สนใจการผจญภัยการเดินป่าเขาสกก็ท้าทายไม่ใช่เล่น ย่างเท้าก้าวเดินลัดเลาะไปตามป่าเขาเพื่อชมแหล่งน้ำตกธรรมชาติ แต่ไฮไลท์ที่สำคัญของที่นี่คือ การชม ดอกบัวผุด ดอกไม้หายากเฉพาะถิ่นที่ว่ากันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดอกบานมีขนาด 70 - 80 เซนติเมตร อยู่ในแนวป่าลึกของเขาสก อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ การล่องเรือชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน จากภูมิประเทศที่เป็นเขาหินปูนและล้อมรอบด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่ในเขื่อนซึ่งมีน้ำสีเขียวมรกต

ล่องเรือชมเขื่อน
ในบรรยากาศกุ้ยหลินเมืองไทย

เขื่อนรัชชประภา เขาสก :
อุทยานแห่งชาติเขาสก : สุราษฎร์ธานี


ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน จากภูมิประเทศที่เป็นเขาหินปูน และล้อมรอบด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่ในเขื่อน ดูสวยงามแปลกตาจนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย ในวันที่โชคดีอาจจะได้เห็น ค่างแว่น และ นกเงือก นอกจากนี้รอบๆ พื้นที่ของเขื่อนยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น ถ้ำน้ำทะลุ เป็นถ้ำที่มีลำธารไหลผ่าน ซึ่งต้องเดินป่าเข้าไปชม และถ้ำปะการัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่งสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำได้ทั่วทั้งหมด

เขื่อนรัชชประภา

ล่องเรือชมเขื่อน ในบรรยากาศกุ้ยหลินเมืองไทย จุดชมวิวเขาคมดาบ ชมทิวทัศน์ของทะเลสาบเหนือเขื่อนรัชชประภาจากมุมสูง
ล่องเรือชมเขื่อน ในบรรยากาศกุ้ยหลินเมืองไทยล่องเรือชมเขื่อน ในบรรยากาศกุ้ยหลินเมืองไทย

ล่องเรือชมเขื่อน ในบรรยากาศกุ้ยหลินเมืองไทย

ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน จากภูมิประเทศที่เป็นเขาหินปูน และล้อมรอบด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่ในเขื่อน ดูสวยงามแปลกตาจนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย พิชิตจุดชมวิวเขาคมดาบ เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบเหนือเขื่อนรัชชประภา


พายเรือชมเขื่อน บนท้องน้ำที่เงียบสบ หน้าแพไกรสร เขื่อนรัชชประภา เล่นน้ำชิวๆ หน้าแพไกรสร
แพโตนเตย เป็นแพที่อยู่ใกล้กับ ถ้ำน้ำทะลุ เขื่อนรัชชประภาเล่นน้ำชิวๆ กลางท้องน้ำสีมรกต ที่หน้าแพที่พัก แพโตนเตย

ที่พักแบบเรือนแพ

ที่พักแบบเรือนแพ มีให้เลือกหลายแห่ง ทั้งของทางอุทยานแห่งชาติเขาสก, ของกรมป่าไม้, ที่พักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และของเอกชน มีอาหารบริการ และสามารถพายเรือคายัค หรือ เล่นน้ำ ที่หน้าแพที่พัก


สายหมอกยามเช้าลอยบนผิวน้ำอันนิ่งสงบเหนือเขื่อนรัชชประภา

สายหมอกยามเช้า

ล่องเรือชมนกเงือกผ่านสายหมอกยามเช้าที่ลอยบนผิวน้ำอันนิ่งสงบเหนือเขื่อนรัชชประภา ท่ามกลางหุบเขาที่เย็นยะเยือ กับความนิ่งสงบรอบตัวราวกับหลุดเข้าในดินแดนแห่งเทพนิยายแฟนตาซี


หิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นเสาหินหรือเกาะหินปูนกลางน้ำตั้งตะหง่านเรียงรายกลางท้องน้ำสีมรกต หิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นเสาหินหรือเกาะหินปูนกลางน้ำตั้งตะหง่านเรียงรายกลางท้องน้ำสีมรกต
หิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นเสาหินหรือเกาะหินปูนกลางน้ำตั้งตะหง่านเรียงรายกลางท้องน้ำสีมรกตหิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นเสาหินหรือเกาะหินปูนกลางน้ำตั้งตะหง่านเรียงรายกลางท้องน้ำสีมรกต

หิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย

แหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่งของเขื่อนเชี่ยวหลาน ถือว่าเป็น Highlight ที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาดชม คือ หิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย ความอัศจรรย์ของธรรมชาติ เป็นเสาหินหรือเกาะหินปูนกลางน้ำตั้งตะหง่านเรียงรายกลางท้องน้ำสีมรกต


ถ้ำน้ำทะลุ หรือ ถ้ำน้ำหลุ

ถ้ำน้ำทะลุ หรือ ถ้ำน้ำหลุ

ถ้ำน้ำทะลุ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำหลุ นั่งเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภาไปประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปตามคลองแปะอีกประมาณ 15 นาที เดินเท้าต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถึงถ้ำทะลุ ที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 500 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา

เตรียมไฟฉายให้พร้อม ต่อจากนั้นก็เริ่มเดินทางตามสายน้ำ ลุยข้ามน้ำท่ามกลางความมืดที่ถือว่าเป็นการเดินทางลำบากมาก ช่วยกันลากจูงในช่วงขณะที่ลุยน้ำ พื้นล่างจะเป็นโขดหิน จนแลดูราวกับกับโขดแก่งกลางลำห้วย

จนกระทั่งเรามาถึงจุดหมายปลายทางที่มีเสียงดังครืนโครมของสายน้ำที่ไหลผ่านโขดแก่งหิน และยังมีสายน้ำที่ไหลตกมาจากซอกหลืบถ้ำสูง มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลถั่งโถมลงมา ผ่านชั้นม่านหินปูนอย่างสวยงาม

    ข้อควรระวัง!!!

  • ถ้าฝนตกก่อนหน้าหรือกำลังตก ห้ามเข้าถ้ำโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากน้ำป่า (ซึ่งเคยเกิดแล้ว)
  • ทางอุทยานฯ เขาสกจะปิดถ้ำในช่วงหน้าฝน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากน้ำป่า
  • ช่วงหน้าแล้งและฤดูหนาว สามารถเดินทะลุออกมาอีกฝั่งหนึ่งได้ เพราะระดับน้ำในถ้ำไม่สูงมากเกินไป และช่วงฤดูกาลที่ปลอดภัยที่สุด
  • ควรเตรียมไฟฉายมาให้พร้อม
แพทะเลใน 500 ไร่

ทะเลใน 500 ไร่

ทะเลใน 500 ไร่ ทะเลสาบสีเขียวมรกต และภูผาหินปูนรูปต่างต่างๆที่สูงเสียดฟ้า ยืนตระหง่านนับร้อยลูก ที่ตั้งอวดสายตาผู้มาเยือน รวมทั้งสัตว์ป่าหลากพันธุ์ รอทุกท่านเข้ามาสัมผัสยังดินแดนแห่งนี้ แพทะเลใน 500 ไร่ เป็นแพพักเพียงแห่งเดียวที่ตั้งบนผืนน้ำใสสะอาด โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งพันธุ์ไม้ ถ้ำและสัตว์ป่าหลากชนิด มีความเป็นส่วนตัวอย่างที่สุดยิ่งกว่าแพอื่นๆ จนหลายคนที่มาเยือนถึงกับกล่าวว่า “รู้สึกว่าหลุดไปอีกโลกนึง”


Thailand intrend @ เขื่อนรัชชประภา 500 ไร่ - ถ้ำน้ำทะลุ







กิจกรรมหรือแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขื่อนรัชชประภา

  • จุดชมวิวของเขื่อนรัชชประภา สามารถชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเขื่อนแห่งนี้ได้
  • ล่องเรือชมกุ้ยหลินเมืองไทย ที่สวยงามติดอันดับโลก
  • พายเรือคายัค หรือ เล่นน้ำ ที่หน้าแพที่พัก
  • ดูนก
  • ล่องเรือส่องสัตว์ในเวลากลางคืน
  • เดินป่า
  • พิชิตจุดชมวิวเขาคมดาบ เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบเหนือเขื่อนรัชชประภา จากมุมสูง
  • ผจญภัยในถ้ำน้ำทะลุ
  • ท่องเที่ยวภายในทะเลใน หรือ ๕๐๐ ไร่
  • หมู่บ้านชาวประมง และ โรงเรียนลอยน้ำ สำหรับเด็ก ๆ ชาวแพ

แผนที่ท่องเที่ยว สุราษฎร์ธานี แผนที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาสก เขื่อนรัชชประภา

แผนที่ท่องเที่ยว
สุราษฎร์ธานี

แผนที่ท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติเขาสก

เขื่อนรัชชประภา

การเดินทาง & แผนที่ เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน


เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปจนถึงจังหวัดชุมพร จากนั้นตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 41 จนถึง อ.พุนพิน ตรงสี่แยก ที่สามารถเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ ไม่ต้องเข้าตัวจังหวัด ให้ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยก ท่าโรงช้าง ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401 จากนั้นประมาณ 40 กม. ก่อนจะถึง ตัว อ.บ้านตาขุน จะมีป้ายใหญ่ ของเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ทางขวามือ

จากภูเก็ต ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 402 ผ่านสะพานสารสิน เข้าเขตบ้านท่านุ่น เข้าสามแยกบ้านต้นแซะไปทางขวาเข้าถนนบายพาสตรงไปพังงา หรือไม่ต้องผ่านสามแยกต้นแซะ แต่เข้าเลนซ้ายตลอด ผ่านตลาดโคกกลอยตรงไปพังงา ตรงไปจากพังงาถึงทับปุด เข้าทางหลวงหมายเลข 415 ถึง อ.ทับปุด เจอสามแยก เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมาย 4 ตรงไปประมาณ 10 กม. จะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหลายเลข 415 ประมาณ 50 กม. (เขาต่อ) เมื่อถึงสามแยกที่บ้านพังกวนเหลือ ให้เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 401 เมื่อผ่าน อ.บ้านตาขุน แล้วจะมีป้ายใหญ่ ของเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ทางซ้ายมือ

***ต้องการนอนแพ และนำรถมาด้วย สามารถจอดรถไว้ได้ที่ท่าเรือ โดยมีเจ้าหน้าที่ของท่าเรือดูแลอยู่ตลอดทั้งคืน

รถโดยสารประจำทาง

  • จากกรุงเทพ กรุงเทพ-พังงา หรือ กรุงเทพ-ภูเก็ต แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าลง ปากทางเข้าเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ตรง อ.บ้านตาขุน จากสถานีขนส่งสายใต้ มีรถโดยสารประจำทาง เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
  • จากปากทางเข้าเขื่อน บริเวณ อ.บ้านตาขุน สามารถเรียก มอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามาส่งในเขื่อนได้ ราคา 130 บาท/คน หากมากันหลายคน ต้องลองติดต่อหารถปิคอัพหรือสองแถวที่อยู่แถวนั้น ให้ไปส่งได้ แต่อาจจะหารถยากซักหน่อย หรือ รอรถตู้ที่วิ่งจาก อ.เมืองสุราษฯ เข้าไปตลาดนัดหมู่บ้านการไฟฟ้าฯในเขื่อน จะมาทุกๆ 1 ชั่วโมง

    เนื่องจากเวลาที่เดินทางมาถึงเป็นช่วงเช้ามืด ถ้ามาทางรถทัวร์ ประมาณ ตี 5-6 โมงเช้า วิธีที่ดีที่สุดคือ ติดต่อผู้บริการเรือหางยาว ไว้ตั้งแต่แรก ให้เอารถมารับจากปากทาง ตามเวลาที่ตกลงกันไว้ก่อน ติดต่อ คุณโอ 08-6593-3440 จะเป็นรถกระบะมีแค๊ป หรือ แบบอื่นๆ บริการรับส่ง ไม่กำหนดเวลา เรียกใช้บริการได้ตลอดเวลา หากต้องการให้ไปรับที่ปากทางเข้าเขื่อน โดยมาเพียง 1-3 คน จะคิดราคาคนละ 150 บาท/คน แต่หากมาตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป คิดราคาเหมา เที่ยวละ 500 บาท นอกเหนือเส้นทาง ก็สามารถบริการได้ โดยโทรมาแจ้งเส้นทางไว้ก่อน

  • อีกเส้นทางจากกรุงเทพ กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี ลงรถทัวร์ที่ สถานีขนส่งสุราษฎร์ธานีแล้ว ต่อรถ 2 แถว ไปตลาดเกษตร 2 เพื่อไปขึ้น รถตู้ สุราษฎร์ฯ - เขื่อน ราคา 150 บาท รถออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางถึงเขื่อน 1 ชั่วโมง
    จากบ้านดอน (บ้านดอน คือชื่อ อ.เมืองสุราษฯ) เที่ยวแรก 7.00 น. เที่ยวสุดท้าย 18.00 น.
    จากเขื่อน เที่ยวแรก 6.30 น. เที่ยวสุดท้าย 16.30 น.

    ตลาดเขื่อนคือตลาดนัด ในบ้านพักการไฟฟ้า ของเขื่อนเชี่ยวหลาน ถ้าหากจะให้ไปส่งที่ท่าเรือ ให้บอกรถตู้ไว้ตั้งแต่นั่นเนิน (อาจจะมีคิดราคาเพิ่มเล็กน้อย)
    *** อย่าหลงไปนั่งรถตู้ภูเก็ต เขาจะคิด 200 บาท และลงได้แค่ปากทางเข้าเขื่อนเชี่ยวหลาน ***

    จองตั๋วรถทัวร์ กรุงเทพ-พังงา, กรุงเทพ-ภูเก็ต, กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี

การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี

การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี (สนามบิน,สถานีรถไฟ,สถานีขนส่งสุราษฎร์) มายังท่าเทียบเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน,ภูผาและลำธารรีสอร์ท โดยใช้บริการรถตู้โดยสารประจำทาง ซึ่งจะออกจากต้นสายทุกๆ 1 ชม. ซึ่งสามารถโทรแจ้งสถานที่รับ จำนวนท่าน และจุดหมายปลายทางที่จะลง

เบอร์โทรรถตู้ประจำเส้นทางต่างๆ มีดังนี้
  • รถตู้สายสุราษฎร์-เขื่อนรัชชประภา โทร.077-212514
  • รถตู้สายเขื่อนรัชชประภา-สุราษฎร์ โทร.077-346088
  • รถตู้สายสุราษฎร์-เขาสก โทร.077-206217

การขึ้นรถทัวร์กลับ

หากไม่ได้จองมาตั้งแต่แรก ก็สามารถมาติดต่อ สำนักงานตัวแทนขายตั๋ว ใน อ.บ้านตาขุน เป็นสำนักงานตัวแทน
  • ตัวแทนของ บริษัทภูเก็ตเซ็นทรัล
    สนง.ตัวแทนบ้านตาขุน โทร.077 – 397050
    ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เย็น 18.20 น. วันละ 1 เที่ยว

  • ตัวแทนของ บริษัทลิกไนท์ทัวร์
    สนง.ตัวแทนบ้านตาขุน โทร.077 – 261169
    พังงา-กรุงเทพฯ เย็น 18.00 น. วันละ 1 เที่ยว
    รถแอร์ธรรมดา ป.1 38 ที่นั่ง
** แต่วิธีที่ดีที่สุด สำหรับการเดินทางกลับ ด้วยรถทัวร์ คือ ควรจองรถเที่ยวกลับมาตั้งแต่ก่อนมา โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ตอนซื้อตั๋วว่า จะขึ้นรถที่ อ.บ้านตาขุน เพราะหากซื้อตั๋วที่ สนง.ตัวแทนขายตั๋วที่ อ.บ้านตาขุน จะสามารถจองที่นั่งของรถทัวร์ประเภท ป.1 36 ที่นั่งได้เท่านั้น จะไม่สามารถจองตั๋วรถ VIP 24 ที่นั่งได้ ซึ่งต้องจองที่ สำนักงานของบริษัทรถทัวร์นั้นๆเท่านั้น

ทางเครื่องบิน

สามารถมาลงยัง สนามบินใกล้เคียงได้ 3 สนามบิน สุราษฎร์ธานี, กระบี่, ภูเก็ต จากระยะทางระหว่างสนามบินสุราษฎร์ธานีกับเขื่อนเชี่ยวหลานจะใกล้กันมากที่สุด รองลงมาเป็นสนามบินกระบี่ และสนามบินภูเก็ตไกลสุด

สนามบินสุราษฎร์ธานี
ระยะห่างเขื่อนประมาณ 65km มีจำนวนเที่ยวบินปานกลาง การเดินทางต่อไปเขื่อน มีให้เลือกน้อย

สนามบินกระบี่
ระยะห่างเขื่อนประมาณ 140km มีจำนวนเที่ยวบินปานกลาง การเดินทางต่อไปเขื่อน มีให้เลือกน้อย

สนามบินภูเก็ต
ระยะห่างเขื่อนประมาณ 160km มีเที่ยวบิน หลายเที่ยวบิน ตลอดทั้งวัน การเดินทางต่อไปเขื่อน มีให้เลือกมากมาย

หากมาลงสนามบินสุราษฎร์ฯ
  • สามารถต่อรถโดยสาร ระหว่างจังหวัดที่ผ่านหน้าสนามบิน มาทางหน้าทางเข้าเขื่อนอีกที เช่น รถประจำทาง ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต-ชุมพร เป็นต้น
  • จ้าง taxi ที่สนามบินมาส่ง
  • ติดต่อบริษัท พันทิพย์ ที่ให้บริการรถบัส ที่เค้าเตอร์ของบริษัทพันทิพย์ ในสนามบินเพื่อมายังปากทางเข้าเขื่อนได้

ทางรถไฟ

ตารางเวลาเดินรถ และการจองตั๋วรถไฟ สอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020, 0 2220 4334 หรือ www.railway.co.th

การเดินทางโดยรถไฟต้องไปลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี (อยู่ที่อำเภอพุนพิน) แล้วต่อรถประจำทาง หรือรถทัวร์ของบริษัทท่องเที่ยว ไปจังหวัดภูเก็ต หรือ พังงา เพื่อมาลงตรงหน้าปากทางเข้าเขื่อน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

รถประจำทาง ที่ผ่านสถานีรถไฟ เที่ยวแรก 6.30น และมีมาทุกๆชั่วโมง รถบัส สีส้ม เส้นทาง สุราษฎร์-ตะกั่วป่า-ภูเก็ต ค่าโดยสาร 50 บาท รถบัส สีน้ำเงิน พุนพิน-ตาขุน-พนม ราคาประมาณ 50 บาท

รถบัส หรือรถตู้ขนาดใหญ่ D4D ของบริษัททัวร์ ที่จะไป ภูเก็ต หรือ กระบี่ เที่ยวแรก 7.30น และมีมาทุกชั่วโมง ค่ารถบัส 280 บาท ถ้าเป็นรถตู้ 350 บาท
ราคามาตรฐาน เรือ รับส่ง นำเที่ยวในเขื่อนเชี่ยวหลาน

ราคามาตรฐาน เรือ รับส่ง นำเที่ยวในเขื่อนรัชชประภา

  • ไม่เกิน 10 คน ลำเล็ก มากกว่า 10 คนลำใหญ่ ที่นั่งได้ตั้งแต่ 11-20 คน
  • เรือที่นี่ไม่ได้ออกตามเวลา แต่จะออกตามลำดับคิวเรือแบบเรือเหมา ตั้งแต่ 08.00 น. ถึง 18.00 น. แต่ถ้ามาก่อนเวลาหรือหลังเวลาก็พอได้
  • เส้นทางปรกติที่เรือจะนำไป คือไปชมกุ้ยหลิน บริเวณหิน 3 เกลอ และอาจจะแวะที่แพนางไพรแป๊บนึง แล้วกลับมาที่ท่าเรือ ราคาลำละ 1500 บาท ไม่ต้องจอง ไปท่าเรือขึ้นเรือตามคิวออกได้เลย
  • เส้นทาง ไปถ้ำปะการัง นั่งเรือไปจุดลงเดิน เดินข้ามป่าไปประมาณ 1 กม. เพื่อไปยังทะเลใน (ทะเลสาบปิด) ขึ้นแพยนต์ เดินทางไปถ้ำปะการัง ส่วนตอนกลับ ก็จะแวะชมกุ้ยหลิน เขาหิน 3 เกลอ อันนี้จะแพงหน่อย เหมาทั้งหมดค่าเรือไปกลับประมาณ ลำละ 1800 + ค่าแพยนต์และค่าคนนำทาง 600 = 2400 บาท

  • กรณีอยากให้ทางเรือไปส่งที่แพที่พักแล้วอีก 2 วันให้ไปรับ แล้วให้คิดค่าเรือแค่เที่ยวเดียว
    อยากไปนอนแพโตนเตยสัก 2 คืน แล้วให้เรือตีกลับ พอนอนครบ 2 คืนให้เรือไปรับ จะเท่ากับว่าเรือวิ่งไปกลับ 2 เที่ยว แต่ว่าจะให้คิดค่าเรือแค่ ไปกลับเที่ยวเดียว คือ 2000 บาท หรือ 2500 บาท

    จากการสอบถามกับผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว แล้วสามารถทำได้แต่ผู้ประกอบการเรือไม่คุ้มทุนที่ต้องวิ่งเรือเปล่ากลับไปยังท่าเรือแล้วกลับมารับที่แพ ทางผู้ประกอบการเรือจึงคิดค่าเรือเป็น 2 เที่ยว คือไปส่งที่แพโตนเตย 2000 บาท และวันไปรับกลับ อีก 2000 บาท

    ซึ่งถ้าให้เรือไปนอนทั้ง 2 คืน ราคาค่าเรือจะอยู่ที่ คืนแรก 2500 บาท คืนที่ 2 ถ้าไม่ไปไหน ก็อาจจะลดราคาค่าเรือให้ในคืนที่ 2 เหลือประมาณ 1000 - 1500 บาท รวมแล้วเสียค่าเรือประมาณ 3500 - 4000 บาท ซึ่งอาจจะถูกกว่าหรือเท่ากันกับให้เรือไปส่งแล้วค่อยไปรับกลับ และยังสามารถนั่งเรือไปเที่ยวตามจุดๆ มากมายภายในเขื่อน อีกอย่างถ้าเรือรออยู่เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้รับมาส่งที่ฝั่งได้ทันที

    ในกรณีที่คิดว่าอยากไปนอนสัก 5 คืน ถ้าให้ไปส่งแล้วค่อยไปรับในวันกลับ ค่าเรือจะคิดแค่ไปกลับ 2 เที่ยวซึ่งถูกกว่ามาก แต่ท่านจะไม่ได้ไปไหนเลย (นอนที่แพอย่างเดียว)

  • เวลามาตรฐานของเรือโดยสารระหว่างท่าเรือ ไปยัง แพ 500 ไร่ จะมีบริการ 2 รอบต่อวัน

    เที่ยวไป
    รอบแรก ออกจากท่าเทียบเรือ 07.30 น. ถึงท่า 500 ไร่ 09.00 น.
    รอบที่สอง ออกจากท่าเทียบเรือ 10.30 น. ถึงท่า 500 ไร่ 12.00 น.

    เที่ยวกลับ ออกจากท่า 500 ไร่ 09.30 น. ถึงท่าเทียบเรือ 11.00 น.

รู้ก่อนเดินทาง

  • ฤดูกาลที่เหมาะสม ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ก.ย. ยกเว้นในช่วงฤดูมรสุม เดือน ต.ค. ถึง ธ.ค.
  • ในเขื่อนรัชชประภา มีที่พักแบบเรือนแพของอุทยานฯ ของกรมป่าไม้ ของการไฟฟ้า และ ของเอกชนไว้บริการ
  • เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 3 วัน 2 คืน น่าจะเที่ยวได้เกือบทั่วทุกแห่งหรือจะเผื่อเวลาอีกนิด เป็น 4 วัน 3 คืน ก็ดี
  • ถ้าไม่ใช่ช่วงฤดูหนาว อากาศร้อนถึงร้อนมาก ควรมีพัดลมเล็กๆติดตัวไปด้วย ไม่งันนอนไม่ได้แน่
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติเขาสกโทร. 077 395 139 หรือ 077 395 055

ที่พัก เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน


ที่พักในเขื่อนรัชชประภามีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ คือ

1. ที่พักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ( เขื่อนเชี่ยวหลาน) มีหลายลักษณะและหลายราคา ( ห้องแอร์ทั้งหมด ) เหมาะสำหรับครอบครัว ติดต่อขอรายละเอียดหรือจองที่พักได้ที่ โทร.077-242561
ภาพ บ้านพักต่างๆ ของการไฟฟ้าฯ
    2. ที่พักแบบเรือนแพ ของทางอุทยานแห่งชาติเขาสก
  • แพนางไพร เป็นแพที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด และวิวหน้าแพสวยที่สุด โทร. 077-095025, 077-299318, 077-395139ภาพ แพนางไพร
  • แพคลองคะ อยู่ถัดจากแพนางไพรเข้าไป ใกล้กับน้ำตกคลองคะ โทร. 077-299078-9 ภาพ แพโตนเตย
  • แพโตนเตย เป็นแพที่อยู่ใกล้กับ ถ้ำน้ำทะลุ โทร. 077-395139 ภาพ แพโตนเตย
  • แพไกรสร เป็นแพที่อยู่ไกล และเป็นธรรมชาติ โทร. 077-395139 ประมาณค่าใช้จ่าย คนละ 560 บาทต่อคืนพร้อมอาหาร 3 มื้อ อยู่ไม่ครบมื้อก็หักไปตามมื้อ ค่าที่พัก 200 บาท ค่าอาหารเช้า 60 บาท เที่ยง 150 บาท เย็น 150 บาท

    ***จองที่พัก อุทยานแห่งชาติเขาสก แบบ online ได้ที่ http://www.dnp.go.th/
3. ที่พักแบบเรือนแพ ของกรมป่าไม้
แพหน่วยฯคลองหยา หรือ แพคลองแสง เป็นแพที่อยู่ไกลที่สุด เป็นแหล่งตกปลา โทร.คุณโอ 08-6593-3440 (ทางแพไม่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา) ประมาณค่าใช้จ่าย คนละ 700 บาทต่อคืนพร้อมอาหาร 3 มื้อ
ภาพ แพหน่วยฯคลองหยา หรือ แพคลองแสง

ประมาณค่าใช้จ่าย คนละ 560 บาทต่อคืนพร้อมอาหาร 3 มื้อ อยู่ไม่ครบมื้อก็หักไปตามมื้อ ค่าที่พัก 200 บาท ค่าอาหารเช้า 60 บาท เที่ยง 150 บาท เย็น 150 บาท ห้องพักจะพักได้ห้องละ 3-4 คน แล้วแต่ขนาดของห้อง บางแพ หากมาเป็นกลุ่มแต่ต้องการพักเพียง 2 คนสามารถจ่ายเพิ่มคนละ200 บาท จะได้พัก2 คนต่อห้องได้ (ต้องโทรสอบถาม) แพไพรวัลย์ ค่าใช้จ่ายหากมาหลายคนไม่แยกห้องคู่ วันละ 600 บาท/วัน พร้อมอาหาร 3 มื้อ fix ราคาโดยไม่หักค่าอาหารตามมื้อ หากต้องการแยกนอนห้องละ 2 คน ค่าพักคนละ 800 บาท/วัน (เฉพาะที่แยกห้อง)


ที่พัก Hip Hip แนะนำ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสก


รีสอร์ทในฝันของผู้มาเยือน อุทยานแห่งชาติเขาสก

รายชื่อโรงแรม ราคา
ภูผาและลำธาร รีสอร์ท
กม.97 หมู่ 7 ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฏร์ธานี 84250
พื้นที่ เขาสก     ความคิดเห็นผู้เข้าพัก :    (0 จาก 5)
ราคาเริ่มต้น : 1,800 บาท




, All right reserved Made in Thailand, Contact: info@phudoilay.com ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย